จัดทำบทความโดย
น.ส.พรรณทิพา อมรวงศ์ไพบูลย์ 4901202069
เรื่อง : เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามค่าเงินในภูมิภาค
น.ส.พรรณทิพา อมรวงศ์ไพบูลย์ 4901202069
เรื่อง : เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามค่าเงินในภูมิภาค
กรุงเทพฯ 17 ม.ค - เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางเทคนิค การแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาคในช่วงปลายสัปดาห์ ตลอดจนแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ส่งออก ด้านอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเริ่มปรับตัวลดลง
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา(12-16 ม.ค.) อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นปรับตัวลง ตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นหลัก โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วันลง 0.75% จาก 2.75% เหลือ 2.00% ในการประชุมวันพุธที่ 14 มกราคม 2552 ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อนหน้าเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2551 ที่ปรับลดมากถึง 1.00% เป็นผลมาจากความกังวลที่มีต่อความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ในระดับสูง รวมทั้งการผ่อนคลายลงอย่างชัดเจนของแรงกดดันเงินเฟ้อตามการปรับลงของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ในขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ
นอกจากนี้ ยังมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ไม่มีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อสภาพคล่องในตลาดเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) หนาแน่นอยู่ในกรอบระหว่าง 2.00-2.75% เทียบกับ 2.74-2.75% ในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะ 1, 7 และ 14 วัน ปรับตัวอยู่ในกรอบระหว่าง 2.00-2.75% เทียบกับระดับ 2.5872-2.75% ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ด้านเงินบาทในประเทศ (Onshore) ขยับแข็งค่าท้ายสัปดาห์เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ ท่ามกลางการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์เช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ก่อนจะดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางเทคนิค การแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาคในช่วงปลายสัปดาห์ ตลอดจนแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ส่งออก ทั้งนี้ เงินบาทขยับแข็งค่าได้ต่อเนื่องจนถึงในช่วงปลายสัปดาห์ แม้ว่า กนง.จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.75% (ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าจะลด 0.50%) ในการประชุมช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวยังคงอยู่ในกรอบที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว สำหรับในวันศุกร์ เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบๆ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่มากระตุ้น โดยเงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 34.85 (ตลาดเอเชีย) เทียบกับระดับ 34.77 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 มกราคม)
ในสัปดาห์นี้ (วันที่ 19-23 มกราคม 2552) ธนาคารพาณิชย์จะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.00% จากปลายสัปดาห์ก่อนหน้า ภายใต้ภาวะสภาพคล่องในตลาดเงินที่น่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 34.70-35.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ควรจับตา ประกอบด้วย ทิศทางของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเด็นคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ของนายบารัค โอบามา ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธันวาคม 2551 และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐ เดือนมกราคม 2552 จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ทั้งนี้ ตลาดการเงินสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์. -สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2009-01-17 10:59:17
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา(12-16 ม.ค.) อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นปรับตัวลง ตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นหลัก โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วันลง 0.75% จาก 2.75% เหลือ 2.00% ในการประชุมวันพุธที่ 14 มกราคม 2552 ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อนหน้าเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2551 ที่ปรับลดมากถึง 1.00% เป็นผลมาจากความกังวลที่มีต่อความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ในระดับสูง รวมทั้งการผ่อนคลายลงอย่างชัดเจนของแรงกดดันเงินเฟ้อตามการปรับลงของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ในขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ
นอกจากนี้ ยังมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ไม่มีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อสภาพคล่องในตลาดเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) หนาแน่นอยู่ในกรอบระหว่าง 2.00-2.75% เทียบกับ 2.74-2.75% ในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะ 1, 7 และ 14 วัน ปรับตัวอยู่ในกรอบระหว่าง 2.00-2.75% เทียบกับระดับ 2.5872-2.75% ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ด้านเงินบาทในประเทศ (Onshore) ขยับแข็งค่าท้ายสัปดาห์เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ ท่ามกลางการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์เช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ก่อนจะดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางเทคนิค การแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาคในช่วงปลายสัปดาห์ ตลอดจนแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ส่งออก ทั้งนี้ เงินบาทขยับแข็งค่าได้ต่อเนื่องจนถึงในช่วงปลายสัปดาห์ แม้ว่า กนง.จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.75% (ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าจะลด 0.50%) ในการประชุมช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวยังคงอยู่ในกรอบที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว สำหรับในวันศุกร์ เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบๆ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่มากระตุ้น โดยเงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 34.85 (ตลาดเอเชีย) เทียบกับระดับ 34.77 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 มกราคม)
ในสัปดาห์นี้ (วันที่ 19-23 มกราคม 2552) ธนาคารพาณิชย์จะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.00% จากปลายสัปดาห์ก่อนหน้า ภายใต้ภาวะสภาพคล่องในตลาดเงินที่น่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 34.70-35.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ควรจับตา ประกอบด้วย ทิศทางของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเด็นคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ของนายบารัค โอบามา ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธันวาคม 2551 และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐ เดือนมกราคม 2552 จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ทั้งนี้ ตลาดการเงินสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์. -สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2009-01-17 10:59:17
http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=244677&ch=ec2
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ที่มา : สำนักข่าวไทย
คำถาม
1. เพราะเหตุใดคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) จึงมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยการซื้อคืนพันธบัตรลง
1. เพราะเหตุใดคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) จึงมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยการซื้อคืนพันธบัตรลง
2. เงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณเท่าใด และปัจจัยใดเป็นสำคัญ
3. อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) หนาแน่นอยู่ในกรอบระหว่างเท่าใด เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้านี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น