น.ส.ขวัญแก้ว เตชะบุตรศรี 4901202091
ภาวะเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายน 2551 ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง การปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ธนาคารแห่งประเทศไทยหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้ได้
นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายน 2551 ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง การปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้ได้ เพราะเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก ทั้งจาก 6 มาตรการ 6 เดือนฝ่าวิกฤติเพื่อไทยทุกคนที่ต่ออายุออกไป และการเพิ่มการจ้างงาน การต่อยอดโครงการต่าง ๆ ที่ดี ซึ่งก็คงจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้
“หลังจากที่มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี ก็ต้องให้โอกาสรัฐบาลในการทำงาน หากเดินหน้าต่อไป เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ก็คงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจได้ และเห็นว่า การที่ไทยจะจัดการประชุมผู้นำอาเซียนในต้นปีหน้า ก็จะเป็นทางหนึ่งการฟื้นความเชื่อมั่นให้กับไทยได้” นางอมรา กล่าว
นางอมรา กล่าวด้วยว่า เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนชะลอตัวลงทุกตัว โดยเฉพาะผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยวที่มีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไปร้อยละ 23 โดยมีความเสียหายจากการที่ไม่สามารถส่งออกสินค้าทางอากาศ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เป็นการสูญเสียโอกาสในช่วงไฮซีซั่น ขณะที่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ 6.6 โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และฮาร์ดดิสก์ ยังมีสัญญาณที่น่าเป็นห่วง เพราะหากยังปรับลดลงต่อเนื่อง ก็จะมีผลกระทบต่อการจ้างงาน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมที่แท้จริง
ขณะที่ภาคการส่งออกหดตัวร้อยละ 17.7 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีนาคม 2545 โดยมีมูลค่า 11,759 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้าขยายตัวร้อยละ 0.2 มีมูลค่า 12,655 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลการค้าขาดดุล 896 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 935 ล้านดอลลาร์ศหรัฐ เนื่องจากรายได้การท่องเที่ยวลบดลง ทำให้ขาดดุลบริการ 39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้สัญญาณการเชื่อมั่นของนักธุรกิจยังไม่ดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2543 อยู่ที่ 34.4 ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 37.1 เนื่องจากกังวลกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ผลกระทบจากการเมือง ซึ่งทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย
“หลังจากที่มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี ก็ต้องให้โอกาสรัฐบาลในการทำงาน หากเดินหน้าต่อไป เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ก็คงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจได้ และเห็นว่า การที่ไทยจะจัดการประชุมผู้นำอาเซียนในต้นปีหน้า ก็จะเป็นทางหนึ่งการฟื้นความเชื่อมั่นให้กับไทยได้” นางอมรา กล่าว
นางอมรา กล่าวด้วยว่า เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนชะลอตัวลงทุกตัว โดยเฉพาะผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยวที่มีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไปร้อยละ 23 โดยมีความเสียหายจากการที่ไม่สามารถส่งออกสินค้าทางอากาศ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เป็นการสูญเสียโอกาสในช่วงไฮซีซั่น ขณะที่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ 6.6 โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และฮาร์ดดิสก์ ยังมีสัญญาณที่น่าเป็นห่วง เพราะหากยังปรับลดลงต่อเนื่อง ก็จะมีผลกระทบต่อการจ้างงาน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมที่แท้จริง
ขณะที่ภาคการส่งออกหดตัวร้อยละ 17.7 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีนาคม 2545 โดยมีมูลค่า 11,759 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้าขยายตัวร้อยละ 0.2 มีมูลค่า 12,655 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลการค้าขาดดุล 896 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 935 ล้านดอลลาร์ศหรัฐ เนื่องจากรายได้การท่องเที่ยวลบดลง ทำให้ขาดดุลบริการ 39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้สัญญาณการเชื่อมั่นของนักธุรกิจยังไม่ดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2543 อยู่ที่ 34.4 ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 37.1 เนื่องจากกังวลกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ผลกระทบจากการเมือง ซึ่งทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย
ธนาคารแห่งประเทศไทย
คำถาม
1.ภาวะเศรษฐกิจของไทยในเดือนพฤศจิกายน 2551ที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนเนื่องมาจากสาเหตุอะไร
2.เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจในประเทศอะไรบ้างจึงจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้
3.เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนชะลอตัวลงทุกตัวมีอะไรบ้าง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น